fbpx

Day

August 11, 2019
วันหยุดหน้าฝน หลายคนอาจจะมองเห็นว่าช่างเป็นวันที่แสนเปล่าเปลี่ยวไม่มีที่เที่ยวไหนจะผลักดันเติมพลังชีวิตให้เราได้เลย เนื่องจากความชื้นมันบดบังตา แต่ความจริงแล้วทางเราก็ได้ไปเสาะหาพื้นที่ใกล้ๆให้ท่านผู้ชมได้ไปจับต้องกันง่ายๆ นั่นก็คือการไปเที่ยวเมืองประจวบฯ หรือหัวหินอันเป็นที่รักของขาคนรักทะเลนั่นเอง ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าไปมาจนเบื่อแล้ว งานนี้ต้องขอบอกก่อนว่า การไปเที่ยวหัวหินในอีกสไตล์ มันได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดไว้ซะอีก วันนี้ทาง Lifepro Travel จะมานำเสนอการเที่ยวรูปแบบไหน สไตล์คนทำงานที่อยากพักผ่อนกันครับ ด้วยเนื่องจากว่าผมไปเที่ยวในครั้งนี้คือการกะไปแบบชิวๆ เติมพลังชีวิตตัวเอง(บวกไปทำงานด้วย) จึงอยากจะขอเน้นหนักไปในด้านการ “กิน” ซะส่วนใหญ่ ซึ่งเราได้วางแผนการกินสำคัญยิ่งกว่าสถานที่เที่ยวซะอีก การเดินหัวหินหลายคนอาจจะเดินทางกันได้ง่ายๆด้วยรถส่วนตัว ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯไม่มาก แต่ถ้าใครที่อยากมาเที่ยวกันเป็นแบบหมู่คณะ แนะนำนว่าให้มาแบบรถตู้หรือรถไฟจะดีกว่า โดยรถตู้ขาไป – กลับ จากท่าขนส่งก็อยู่ที่ 160 – 180 แล้วแต่รอบ เมื่อเรามาถึงเราจะมาหยุดอยู่ที่หอนาฬิกา ก่อนหน้านี้ทางเราได้จองโรงแรมเอาไว้ในแอพ Traveloka ซึ่งเราได้ที่พักแสนสบาย ไม่ทลายกระเป๋าอย่าง Chaba Chalet โดยเราดีลที่พักเอาไว้คืนละ 600 บาทเท่านั้นเอง เพราะในตอนนี้ทาง Traveloka มีจัดโปรโมชั่นพิเศษส่วนลดทั้งตั๋วและโรงแรมด้วย การมาเที่ยวหัวหิน คุณอาจต้องทำใจเรื่องแดดหรือความเหนียวของลมทำเล หรือคิดว่าช่วงหน้าฝนคงจะมีฝนตกบ่อยๆแน่นอน ซึ่งขอบอกเลยว่าตอนที่เรามา ฝนไม่ค่อยตกเลย เพราะพื้นที่แถบทะเลมีฝนตกชุกก็จริง แต่ก็ตกได้แค่แปปเดียวหรือไม่กี่ครั้ง สำหรับบรรยากาศตอนช่วงเย็นๆนี่เป็นอะไรที่ฟินมาก เราไม่ต้องไปแย่งกันต่อแถมเข้าคิวอะไรมากมาย...
Read More
การไปเที่ยวต่างประเทศล้วนแล้วเราจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนที่จะไปเยือนบ้านเขาอยุ่เสมอ โดยเฉพาะกับทางที่จีน เมืองแดนมังกรที่มีกิตติศัพท์เลื่องลือหนาหูต่างๆนานา ซึ่งเราเองเมื่อได้ศึกษาข้อมูลก็อาจจะพอรู้บ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่า สิบปากว่าไม่มีทางเท่ากับตาที่เห็นได้อย่างแน่นอน วันนี้ผมจะพาทุกคนไปชมเรื่องแปลกๆบนความธรรมชาติของพี่จีนว่ามีอะไรที่เราควรทำใจหรือเตรียมความพร้อมก่อนจะไปเอาไว้บ้าง 1. ทำใจเรื่องเสียงดัง ประเทศจีนมีประชากรที่ถูกฟูมฟักมาในเรื่องของการใช้เสียงและสำเนียง ซึ่งพวกเขาจะเน้นเรื่องการออกเสียงที่ดังและชัดถ้อยชัดคำ บางคนอาจจะคิดว่าเขามีอารมณ์ที่รุนแรงเมื่อเปล่งวาจาออกมา แต่จริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น คนจีนจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมบ้านเขา และจะไม่สนใจด้วยว่าใครจะคิดอย่างไร เพราะฉะนั้น หากคุณไปเที่ยวก็จงเตรียมรับมือกับโทนเสียงเอาไว้ให้ดี 2. สูบบุหรี่ในร้านอาหาร ประเทศจีนมีวัฒนธรรมทางสังคมที่ค่อนข้างแตกต่างจากเรา เรื่องการสูบบุหรี่ที่ค่อนข้างจะเสรี เพราะฉะนั้นสังคมคนจีนจึงสามารถสูบบุหรี่ในร้านอาหารหรือที่สาธารณะได้ โดยไม่ต้องแคร์ใครว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่เริ่มประสบปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจมาก สาเหตุหลักก็มาจากคนสูบบุหรี่นี้ ทำให้ทางรัฐบาลออกมาตราการลดการสูบบุหรี่ และคุมเข้มเรื่องความสะอาดของร้านอาหารมากขึ้น 3. กลิ่นตัว เมืองจีนบางพื้นที่ ประชากรไม่ค่อยใส่ใจเรื่องกลิ่นตัวหรือการทำความสะอาดร่างกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเขาครับ เราจะสามารถได้กลิ่นมาดามหอมชื่นใจนี้ได้ตามสถานที่เที่ยว วัด หรือสวนสาธารณะต่างๆ ยิ่งคุณมั่นใจว่ากลิ่นแปลกปลอมในห้องน้ำรุนแรงที่สุดแล้ว กลิ่นตัวในช่วงเช้ากลางวันก็สุดไม่แพ้กันครับ 4. เดินขวางทางไม่สนใจใคร ต้องบอกก่อนว่าแล้วแต่พื้นที่ เพราะเมืองจีนแต่ละแห่งก็มีการปลูกจิตสำนึกไม่เหมือนกัน หากเราปั่นจักรยาน ขับมอเตอร์ไซต์ หรือแม้กระทั่งขับรถก็ตาม หากคุณเจอคนจีนเดินอยู่ตรงทางเท้าหรือแม้กระทั่งแฉลบลงมาตรงฟุตบาตรถนนนิดๆหน่อยๆ คุณก็ไม่ต้องแปลกใจไป ถ้าหากคุณจะบีบแตรบอกเขาให้หลบแต่โดยดี แล้วเจ้ากรรมพวกเขากลับไม่หลบ คุณจะต้องใช้วิธีไม้แข็งถึงขั้นตะโกนไล่เขาก่อน หรือไม่ก็ขับไปจ่อเขา นั่นถึงจะเป็นการขานรับให้เขารู้ตัวสักทีว่ากำลังขวางทางอยู่ 5. คนจีนบางส่วนไม่อาบน้ำ อันนี้แล้วแต่ฤดูกาล ซึ่งก็ไม่ใช่ทั้งหมดของคนจีนครับ...
Read More
ประเทศญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่มีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดอย่างมากและเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อด้านระเบียบวินัยสูงที่สุดติดอันดับโลก แม้ว่าการผลิต การขนส่ง หรือแม้กระทั่งการจราจรบ้านเขาก็ยังมีความเป็นระเบียบและมีระบบในตัวของมันเอง ซึ่งแตกต่างจากการจราจรบ้านเราอย่างสิ้นเชิง วันนี้เราจะพาคุณไปดูกันครับว่า ความต่างของการจราจรบ้านเขากับบ้านเรามีความต่างกันอย่างไรบ้าง 1. ผลิตรถมากเป็นอันดับต้นๆ แต่แทบไม่มีรถติดเลย ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีการผลิตรถและส่งออกรถติดอันดับโลก แต่ใครเลยจะรู้ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่แทบจะไม่มีรถติดเลยในแต่ละวัน ซึ่งบางวันอาจจะมีบ้าง คิดเป็นเกณฑ์มาตราฐานในหนึ่งอาทิตย์แทบไม่ถึง 15% ด้วยซ้ำ ต่างจากของไทยบ้านเราที่ติดเป็นว่าเล่น นั่นก็เป็นเพราะรูปแบบการวางโครงสร้างถนนของเขามีแบบแผนมากกว่าบ้านเรานั่นเอง 2. บางเมืองมีจักรยานมากกว่ารถยนต์เสียอีก คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะรนณรงค์เรื่องการขับขี่และการจราจรตั้งแต่เด็ก รวมไปถึงการปลูกจิตสำนึกและการลดปริมาณก๊าสมลพิษด้วย คนญี่ปุ่นจึงหันมานิยมใช้จักรยานกันมากกว่าใช้รถยนต์หรือ มอเตอร์ไซเสียอีก ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นคนญี่ปุ่นขี่จักรยานหรือมีจักรยานจอดอยู่ตามริมทางเต็มไปหมดเลย 3. เสียงรถยนต์ห้ามดังเกินกว่ากำหนด บ้านของเขาจะไม่นิยมเบิ้ลเครื่องหรือทำเสียงดังเหมือนกับบ้านเรา เพราะทางญี่ปุ่นมีมาตราการจับคนที่ทำเสียงก่อกวนชาวบ้าน ซึ่งโทษทางกฏหมายก็ปรับแรงไม่ใช่น้อย 4. นอกจากดังแล้ว ความเร็วก็ต้องจำกัด การจำกัดการเร่งเครื่องยนต์ของญี่ปุ่นมีอัตรากำหนดที่ตายตัว ส่วนนี้ก็เนื่องด้วยจากภาวะประชากรที่หนาแน่นและเดินข้ามถนนมากมายในแต่ละวัน ดังนั้นแล้วเพื่อความปลอดภัยและลดความประมาทในตัวคนขับทางญี่ปุ่นจึงออกกฏให้มีการขับอยู่ภายใต้ความเร็วที่กำหนดไว้ในแต่ละพื้นที่ 5. ถ้าชนใครเมื่อไหร่ โดนค่าปรับบานแน่นอน ประเทศญี่ปุ่นมีความจริงจังเรื่องความประมาทมาก โดยหากใครที่ขับรถไม่ระวังและชนคนเข้าล่ะก็ ผู้ชนจะต้องออกค่ารักษาคู่กรณีหรือชดใช้ค่าเสียหายของคู่กรณีนั้นๆให้จนครบ รวมไปถึงจ่ายค่าปรับที่แพงแสนแพง และไหนยังจะต้องงดใช้ใบขับขี่อีกเป็นระยะเวลา 3-5 ปี แล้วแต่สถานการณ์ไป ทั้งนี้ไม่ว่าคู่กรณีจะยินยอมให้ไม่ต้องชดใช้ทุกอย่างก็ได้ แต่กฏหมายจะต้องบังคับให้คนๆนั้นจ่ายชดใช้จนกว่าจะหมด
Read More
หลายคนอาจจะเคยมองเส้นทางหรือสถานที่ในฝันของคนรักทะเลอย่าง มัลดีฟส์ ทะเลที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งสำหรับคนอย่างเราๆอาจจะมองมันเป็นเพียงแค่ในฝันเท่านั้น ไม่มีทางเป็นจริงได้ เนื่องจากมันเป็นสถานที่ที่มีมูลค่าและมีราคามากต่อการไปเที่ยว 1 ครั้ง อีกทั้งหากจะไปเราก็จำเป็นต้องจองทัวน์หรือเอเจอนซี่เท่านั้น ซึ่งแต่ละเอเจนซี่ก็จะมีการลดหย่อนราคาหรือเสนอกิจกรรมดำนำที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป แต่โดยอันที่จริงแล้ว พวกคุณมักติดภาพกับความสวยหรูของโรงแรมกลางน้ำ กิจกรรมอันสุดแสนโรแมนติก ซึ่งหากคุณลแงมองอีกมุมหนึ่ง มัลดีฟส์ ไม่จำเป็นต้องไปนอนที่พักกลางน้ำเสมอไปครับ ในที่นี้แล้ว ทาง LifePro Travel จะมาอัพเดทเรื่องราวของมัลดีฟส์ที่พวกคุณอาจยังไม่รู้กันครับ 1. มัลดีฟส์ไปไม่ยาก หลายอาจจะยึดติดว่าสถานที่อันสวยหรู จะต้องมีราคาแพงมาก ต้องไปยากแน่นอน  งานนี้ LifePro Travel ขอบอกว่า “จริงครับ” แต่จริงแค่บางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะมัลดีฟส์ ที่ตอนนี้มีการเปิดสายการบินราคาถูกอย่าง AirAsia ที่จัดโปรแทบทุกเดือน จนคุณสามารถจองตั๋วเที่ยวบินไปกลับได้ไม่ถึง 8,000 บาท ด้วยซ้ำ ตกรอบละ 4,000 บาท 2. มัลดีฟส์มีที่พักตกคืนละไม่ถึง 2,000 บาท เป็นไปได้เหรอที่สถานที่สุดสวยขนาดนั้นจะมีที่พักราคาย่อมเยาว์  “มีครับ” เพราะที่พักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปพักกันก็คือ เกาะ “มาฟูชิ” ซึ่งมีที่พักตกคืนละ 1,000 ไปจนถึง...
Read More