fbpx

By

Narakorn Pradubtong
ในปัจจุบัน การท่องเที่ยวต่างประเทศได้มีการเปิดกว้างและอำนวยความสะดวกขึ้นอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่แค่ในแถบเอเชียเพียงเท่านั้น แม้กระทั่งยุโรปก็เริ่มมีกระแสแนวโน้วกว้างเปิดเสรีการเข้าถึงได้แล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการตามโลกให้เท่าทันยุคสมัย หากใครที่ต้องการจะไปท่องเที่ยวอย่างว่า ก็มักจะถูกแบ่งแยกออกเป็นสองประเภทหลักๆ นั่นก็คือ ประเภทรู้ภาษากับประเภทไม่รู้ภาษา ซึ่งทั้งนี้แล้วหากคุณคนไหนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศจะเข้าใจประสบการณ์ดีว่าข้อดีข้อเสียของภาษานั้น มีความสำคัญอย่างไร วันนี้เราจะไปเจาะลึกกันครับว่ามีอะไรบ้าง 1.กลมกลืนกับคนท้องถิ่น หากคุณเคยลองไปเที่ยวภาคเหนือง่ายๆกับเพื่อนๆดู คุณคงจะเคยสังเกตุได้ว่า ถ้าเราต้องการจะโดยสารรถประจำทางแล้วเกิดใครพูดภาษาเหนือได้ เราจะสามารถต่อรองในราคาที่ถูกลงอย่างมาก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่เขาเล่าลือกัน แม้กระทั่งในต่างประเทศเองถ้าเกิดเขารู้ว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวแล้วไม่รู้ภาษาถิ่นเขาก็มีสิทธิ์ที่เขาจะเอาเปรียบหรือหาลู่ทางหลอกเราไม่ทางใดทางหนึ่งเอาได้ เพราะฉะนั้น การที่คุณมีภาษาเอาไว้ป้องกันตัวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรมีอย่างยิ่ง 2. สั่งอาหารได้ง่ายๆ การสั่งอาหารนับเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่นักท่องเที่ยวอย่างพวกเราต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงได้อดตายหรือไปฝากท้องในร้านสะดวกซื้อเป็นแน่นอน โดยถ้าคุณสามารถเจรจาหรือสั่งอาหารในร้านได้ล่ะก็ คุณก็สามารถสอบถามหรือได้รู้จักอาหารชั้นดีที่คุณไม่เลยลองมาก่อนก็ได้ ดีกว่าคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วจบลงที่อาหารธรรมดาที่สุดแสนจะน่าเบื่อ 3. สอบถามทางได้อย่างสบายใจ ประเด็นการหลงทาง ถือเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเจอ ซึ่งถ้าคุณไม่รู้ภาษาในการสอบถามหรือพูดคุยได้ล่ะก็ มีหวังได้หลงทางทั้งคืนแน่ๆ และอย่างคิดนะว่าในแต่ละประเทศประชากรจะเก่งภาษาอังกฤษเสมอไป ยิ่งการให้ความช่วยเหลือก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นแล้วถ้าคุณมีภาษาก็ควรใช้มันให้เป็นประโยชน์และเดินไปสอบถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นจะดีกว่า 4. ต่อราคาให้ถูกลงได้ ใครจะรู้ การต่อราคาก็เป็นความสนุกหรรษาอีกรูปแบบหนึ่งที่กลุ่มชนนักท่องเที่ยวต้องไปสัมผัสกัน และถ้าคุณสามารถใช้ภาษาถิ่นอ้อนวอนเขาได้ล่ะก็ คุณอาจจะได้ของราคาย่อมเยาว์และมีคุณภาพกว่าในห้างได้เลย ใครจะรู้ ดีกว่าต้องไปเสียเงินราคาเต็มโดยใช่เหตุเพราะไม่มีภาษา 5. หากเกิดเหตุการณ์ Accsident จะได้แก้ปัญหาได้ แน่นอนว่าการไปเที่ยวต่างประเทศ เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้นถ้าคุณดันเกิดป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจนต้องการความช่วยเหลือก็ควรที่จะมีภาษาติดตัวเอาไว้ จะช่วยทำให้เรื่องมันง่ายขึ้นทั้งตัวคุณและผู้ที่ช่วยเหลือคุณได้นั่นเอง
Read More
สำหรับใครที่มีแผนจะออกไปข้างนอกแต่ก็ยังคิดไม่ออกสักทีว่าอยากไปไหน งานนี้ทาง LifePro Travel ขอเอาใจคนรักแมวด้วยเจาะตลาดของ คาเฟ่แมวดูบ้าง ซึ่งการเที่ยวคาเฟ่แมวในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์และความน่ารักที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว อย่างที่บอกว่าการมาเที่ยวสถานที่ๆจัดว่าเป็นพวกคาเฟ่สัตว์เลี้ยงนี้ สำคัญที่สุดคือเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดอาจไม่ได้แข็งแรงหรือมีอารมณ์ร่วมกับเรามาก บางทีพวกมันก็ต้องการอยากจะพักผ่อนเหมือนกับเรา หรือหากมีใครจับมันมากๆก็อาจจะสกปรกเอาได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องทำใจในเรื่องของการมาเที่ยวและรักษาความสะอาดกันด้วยครับ แต่สำหรับที่ Pet Carnival คาเฟ่แมวสุดอบอุ่น ที่เต็มไปด้วยเหล่าน้องแมวหลากหลายสายพันธุ์ กลับไม่ค่อยมีเรื่องความสกปรกเท่าไหร่ แถมยังเฟรนลี่กับเจ้าบรรดาทาสทั้งหลายที่หลั่งใหล่เข้ามาด้วย Pet Carnival ตั้งอยู่ตรงเขตเมืองทอง ซึ่งอยู่ในถนนเยื้องๆกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หากคุณมาถึงมหาวิทยาลัยแล้วเมื่อตรงเลยขึ้นมาหน่อยก็จะเห็นป้ายโลโก้ได้ไม่ยาก บรรยากาศภายในร้านถือว่าสะอาดมากเพราะเจ้าของทำความสะอาดทุกวัน ในโซนจะเป็นเคาเตอร์เครื่องปั่นเล็กๆเอาไว้ทำเครื่องดื่มแสนสดชื่น หน้าเคาเตอร์ก็จะเป็นขนมแมวสุดหนืดเหนียว ที่เราเองเมื่อเห็นก็นึกแทบนึกไม่ออกเหมือนกันว่าเหล่าเจ้าแมวน้อยทั้งหลายทำไมถึงชอบกินอะไรขนาดนั้น ขนมของแมวจะมีราคาถ้วยละ 20 บาท เมื่อเราซื้อและหยิบมาแล้ว เจ้าแมวทั้งหลายจะเริ่มหันมามองเราเป็นสายตาเดียวกันและเริ่มที่จะมารุมเราเหมือนรู้จักเรามานาน ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก เราสั่งของทานเล่นเป็นของจำพวกเฟรนฟราย ซึ่งราคาอาจจะชาร์ตแพงขึ้นมานิดหน่อย แต่ถ้ารวมที่เราได้เล่นกับแมวก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เราสั่งเฟรนฟราย ฮันนี่โทส และผลไม้ปั่นสมูตตี้ บวกรวมกับขนมแมวชนิดถ้วยมาป้อนน้องแมวอีก 4-5 ถ้วย ก็รวมปาเข้าไป 400 บาทแล้ว โชคดีที่เรามาเที่ยวกัน 3 คน ก็ตกกันคนละ 100 นิดๆ เรียกได้ว่าคุ้มค่าเอามากๆครับ แมวในคาเฟ่นี้ ก็จะมีหลากหลายสายพันธุ์...
Read More
วันหยุดหน้าฝน หลายคนอาจจะมองเห็นว่าช่างเป็นวันที่แสนเปล่าเปลี่ยวไม่มีที่เที่ยวไหนจะผลักดันเติมพลังชีวิตให้เราได้เลย เนื่องจากความชื้นมันบดบังตา แต่ความจริงแล้วทางเราก็ได้ไปเสาะหาพื้นที่ใกล้ๆให้ท่านผู้ชมได้ไปจับต้องกันง่ายๆ นั่นก็คือการไปเที่ยวเมืองประจวบฯ หรือหัวหินอันเป็นที่รักของขาคนรักทะเลนั่นเอง ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าไปมาจนเบื่อแล้ว งานนี้ต้องขอบอกก่อนว่า การไปเที่ยวหัวหินในอีกสไตล์ มันได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดไว้ซะอีก วันนี้ทาง Lifepro Travel จะมานำเสนอการเที่ยวรูปแบบไหน สไตล์คนทำงานที่อยากพักผ่อนกันครับ ด้วยเนื่องจากว่าผมไปเที่ยวในครั้งนี้คือการกะไปแบบชิวๆ เติมพลังชีวิตตัวเอง(บวกไปทำงานด้วย) จึงอยากจะขอเน้นหนักไปในด้านการ “กิน” ซะส่วนใหญ่ ซึ่งเราได้วางแผนการกินสำคัญยิ่งกว่าสถานที่เที่ยวซะอีก การเดินหัวหินหลายคนอาจจะเดินทางกันได้ง่ายๆด้วยรถส่วนตัว ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯไม่มาก แต่ถ้าใครที่อยากมาเที่ยวกันเป็นแบบหมู่คณะ แนะนำนว่าให้มาแบบรถตู้หรือรถไฟจะดีกว่า โดยรถตู้ขาไป – กลับ จากท่าขนส่งก็อยู่ที่ 160 – 180 แล้วแต่รอบ เมื่อเรามาถึงเราจะมาหยุดอยู่ที่หอนาฬิกา ก่อนหน้านี้ทางเราได้จองโรงแรมเอาไว้ในแอพ Traveloka ซึ่งเราได้ที่พักแสนสบาย ไม่ทลายกระเป๋าอย่าง Chaba Chalet โดยเราดีลที่พักเอาไว้คืนละ 600 บาทเท่านั้นเอง เพราะในตอนนี้ทาง Traveloka มีจัดโปรโมชั่นพิเศษส่วนลดทั้งตั๋วและโรงแรมด้วย การมาเที่ยวหัวหิน คุณอาจต้องทำใจเรื่องแดดหรือความเหนียวของลมทำเล หรือคิดว่าช่วงหน้าฝนคงจะมีฝนตกบ่อยๆแน่นอน ซึ่งขอบอกเลยว่าตอนที่เรามา ฝนไม่ค่อยตกเลย เพราะพื้นที่แถบทะเลมีฝนตกชุกก็จริง แต่ก็ตกได้แค่แปปเดียวหรือไม่กี่ครั้ง สำหรับบรรยากาศตอนช่วงเย็นๆนี่เป็นอะไรที่ฟินมาก เราไม่ต้องไปแย่งกันต่อแถมเข้าคิวอะไรมากมาย...
Read More
การไปเที่ยวต่างประเทศล้วนแล้วเราจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนที่จะไปเยือนบ้านเขาอยุ่เสมอ โดยเฉพาะกับทางที่จีน เมืองแดนมังกรที่มีกิตติศัพท์เลื่องลือหนาหูต่างๆนานา ซึ่งเราเองเมื่อได้ศึกษาข้อมูลก็อาจจะพอรู้บ้าง แต่เชื่อเถอะครับว่า สิบปากว่าไม่มีทางเท่ากับตาที่เห็นได้อย่างแน่นอน วันนี้ผมจะพาทุกคนไปชมเรื่องแปลกๆบนความธรรมชาติของพี่จีนว่ามีอะไรที่เราควรทำใจหรือเตรียมความพร้อมก่อนจะไปเอาไว้บ้าง 1. ทำใจเรื่องเสียงดัง ประเทศจีนมีประชากรที่ถูกฟูมฟักมาในเรื่องของการใช้เสียงและสำเนียง ซึ่งพวกเขาจะเน้นเรื่องการออกเสียงที่ดังและชัดถ้อยชัดคำ บางคนอาจจะคิดว่าเขามีอารมณ์ที่รุนแรงเมื่อเปล่งวาจาออกมา แต่จริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น คนจีนจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมบ้านเขา และจะไม่สนใจด้วยว่าใครจะคิดอย่างไร เพราะฉะนั้น หากคุณไปเที่ยวก็จงเตรียมรับมือกับโทนเสียงเอาไว้ให้ดี 2. สูบบุหรี่ในร้านอาหาร ประเทศจีนมีวัฒนธรรมทางสังคมที่ค่อนข้างแตกต่างจากเรา เรื่องการสูบบุหรี่ที่ค่อนข้างจะเสรี เพราะฉะนั้นสังคมคนจีนจึงสามารถสูบบุหรี่ในร้านอาหารหรือที่สาธารณะได้ โดยไม่ต้องแคร์ใครว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่เริ่มประสบปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจมาก สาเหตุหลักก็มาจากคนสูบบุหรี่นี้ ทำให้ทางรัฐบาลออกมาตราการลดการสูบบุหรี่ และคุมเข้มเรื่องความสะอาดของร้านอาหารมากขึ้น 3. กลิ่นตัว เมืองจีนบางพื้นที่ ประชากรไม่ค่อยใส่ใจเรื่องกลิ่นตัวหรือการทำความสะอาดร่างกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเขาครับ เราจะสามารถได้กลิ่นมาดามหอมชื่นใจนี้ได้ตามสถานที่เที่ยว วัด หรือสวนสาธารณะต่างๆ ยิ่งคุณมั่นใจว่ากลิ่นแปลกปลอมในห้องน้ำรุนแรงที่สุดแล้ว กลิ่นตัวในช่วงเช้ากลางวันก็สุดไม่แพ้กันครับ 4. เดินขวางทางไม่สนใจใคร ต้องบอกก่อนว่าแล้วแต่พื้นที่ เพราะเมืองจีนแต่ละแห่งก็มีการปลูกจิตสำนึกไม่เหมือนกัน หากเราปั่นจักรยาน ขับมอเตอร์ไซต์ หรือแม้กระทั่งขับรถก็ตาม หากคุณเจอคนจีนเดินอยู่ตรงทางเท้าหรือแม้กระทั่งแฉลบลงมาตรงฟุตบาตรถนนนิดๆหน่อยๆ คุณก็ไม่ต้องแปลกใจไป ถ้าหากคุณจะบีบแตรบอกเขาให้หลบแต่โดยดี แล้วเจ้ากรรมพวกเขากลับไม่หลบ คุณจะต้องใช้วิธีไม้แข็งถึงขั้นตะโกนไล่เขาก่อน หรือไม่ก็ขับไปจ่อเขา นั่นถึงจะเป็นการขานรับให้เขารู้ตัวสักทีว่ากำลังขวางทางอยู่ 5. คนจีนบางส่วนไม่อาบน้ำ อันนี้แล้วแต่ฤดูกาล ซึ่งก็ไม่ใช่ทั้งหมดของคนจีนครับ...
Read More
ประเทศญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่มีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดอย่างมากและเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อด้านระเบียบวินัยสูงที่สุดติดอันดับโลก แม้ว่าการผลิต การขนส่ง หรือแม้กระทั่งการจราจรบ้านเขาก็ยังมีความเป็นระเบียบและมีระบบในตัวของมันเอง ซึ่งแตกต่างจากการจราจรบ้านเราอย่างสิ้นเชิง วันนี้เราจะพาคุณไปดูกันครับว่า ความต่างของการจราจรบ้านเขากับบ้านเรามีความต่างกันอย่างไรบ้าง 1. ผลิตรถมากเป็นอันดับต้นๆ แต่แทบไม่มีรถติดเลย ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีการผลิตรถและส่งออกรถติดอันดับโลก แต่ใครเลยจะรู้ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่แทบจะไม่มีรถติดเลยในแต่ละวัน ซึ่งบางวันอาจจะมีบ้าง คิดเป็นเกณฑ์มาตราฐานในหนึ่งอาทิตย์แทบไม่ถึง 15% ด้วยซ้ำ ต่างจากของไทยบ้านเราที่ติดเป็นว่าเล่น นั่นก็เป็นเพราะรูปแบบการวางโครงสร้างถนนของเขามีแบบแผนมากกว่าบ้านเรานั่นเอง 2. บางเมืองมีจักรยานมากกว่ารถยนต์เสียอีก คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะรนณรงค์เรื่องการขับขี่และการจราจรตั้งแต่เด็ก รวมไปถึงการปลูกจิตสำนึกและการลดปริมาณก๊าสมลพิษด้วย คนญี่ปุ่นจึงหันมานิยมใช้จักรยานกันมากกว่าใช้รถยนต์หรือ มอเตอร์ไซเสียอีก ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นคนญี่ปุ่นขี่จักรยานหรือมีจักรยานจอดอยู่ตามริมทางเต็มไปหมดเลย 3. เสียงรถยนต์ห้ามดังเกินกว่ากำหนด บ้านของเขาจะไม่นิยมเบิ้ลเครื่องหรือทำเสียงดังเหมือนกับบ้านเรา เพราะทางญี่ปุ่นมีมาตราการจับคนที่ทำเสียงก่อกวนชาวบ้าน ซึ่งโทษทางกฏหมายก็ปรับแรงไม่ใช่น้อย 4. นอกจากดังแล้ว ความเร็วก็ต้องจำกัด การจำกัดการเร่งเครื่องยนต์ของญี่ปุ่นมีอัตรากำหนดที่ตายตัว ส่วนนี้ก็เนื่องด้วยจากภาวะประชากรที่หนาแน่นและเดินข้ามถนนมากมายในแต่ละวัน ดังนั้นแล้วเพื่อความปลอดภัยและลดความประมาทในตัวคนขับทางญี่ปุ่นจึงออกกฏให้มีการขับอยู่ภายใต้ความเร็วที่กำหนดไว้ในแต่ละพื้นที่ 5. ถ้าชนใครเมื่อไหร่ โดนค่าปรับบานแน่นอน ประเทศญี่ปุ่นมีความจริงจังเรื่องความประมาทมาก โดยหากใครที่ขับรถไม่ระวังและชนคนเข้าล่ะก็ ผู้ชนจะต้องออกค่ารักษาคู่กรณีหรือชดใช้ค่าเสียหายของคู่กรณีนั้นๆให้จนครบ รวมไปถึงจ่ายค่าปรับที่แพงแสนแพง และไหนยังจะต้องงดใช้ใบขับขี่อีกเป็นระยะเวลา 3-5 ปี แล้วแต่สถานการณ์ไป ทั้งนี้ไม่ว่าคู่กรณีจะยินยอมให้ไม่ต้องชดใช้ทุกอย่างก็ได้ แต่กฏหมายจะต้องบังคับให้คนๆนั้นจ่ายชดใช้จนกว่าจะหมด
Read More
หลายคนอาจจะเคยมองเส้นทางหรือสถานที่ในฝันของคนรักทะเลอย่าง มัลดีฟส์ ทะเลที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งสำหรับคนอย่างเราๆอาจจะมองมันเป็นเพียงแค่ในฝันเท่านั้น ไม่มีทางเป็นจริงได้ เนื่องจากมันเป็นสถานที่ที่มีมูลค่าและมีราคามากต่อการไปเที่ยว 1 ครั้ง อีกทั้งหากจะไปเราก็จำเป็นต้องจองทัวน์หรือเอเจอนซี่เท่านั้น ซึ่งแต่ละเอเจนซี่ก็จะมีการลดหย่อนราคาหรือเสนอกิจกรรมดำนำที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป แต่โดยอันที่จริงแล้ว พวกคุณมักติดภาพกับความสวยหรูของโรงแรมกลางน้ำ กิจกรรมอันสุดแสนโรแมนติก ซึ่งหากคุณลแงมองอีกมุมหนึ่ง มัลดีฟส์ ไม่จำเป็นต้องไปนอนที่พักกลางน้ำเสมอไปครับ ในที่นี้แล้ว ทาง LifePro Travel จะมาอัพเดทเรื่องราวของมัลดีฟส์ที่พวกคุณอาจยังไม่รู้กันครับ 1. มัลดีฟส์ไปไม่ยาก หลายอาจจะยึดติดว่าสถานที่อันสวยหรู จะต้องมีราคาแพงมาก ต้องไปยากแน่นอน  งานนี้ LifePro Travel ขอบอกว่า “จริงครับ” แต่จริงแค่บางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะมัลดีฟส์ ที่ตอนนี้มีการเปิดสายการบินราคาถูกอย่าง AirAsia ที่จัดโปรแทบทุกเดือน จนคุณสามารถจองตั๋วเที่ยวบินไปกลับได้ไม่ถึง 8,000 บาท ด้วยซ้ำ ตกรอบละ 4,000 บาท 2. มัลดีฟส์มีที่พักตกคืนละไม่ถึง 2,000 บาท เป็นไปได้เหรอที่สถานที่สุดสวยขนาดนั้นจะมีที่พักราคาย่อมเยาว์  “มีครับ” เพราะที่พักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปพักกันก็คือ เกาะ “มาฟูชิ” ซึ่งมีที่พักตกคืนละ 1,000 ไปจนถึง...
Read More
หากพูดถึงสถานที่ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เรามักจะนึกถึงสถานที่อันน่าสวยสดงดงามจนยากที่จะไปอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็ไม่ผิดที่เราจะคิดแบบนั้น เนื่องจากสิ่งมหัศจรรย์ในแต่ละประเทศที่โดดเด่น ก็มักจะเป็นโซนยุโรป หรือประเทศที่เราเดินทางไปอย่างยากลำยาก ไม่ว่าจะเป็น สโตนเฮนท์  หอเอนปิซา โคลอสเซียม หรือปีรามิด เป็นต้น แต่ทั้งนี้แล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เดี๋ยวนี้เราสามารถเดินทางไปยังสถานที่สิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้บ้างแล้วบางแห่ง ซึ่งการเดินทางก็สุดแสนจะไม่ยากเลย เราไปดูกันครับว่าจะมีอะไรบ้าง กำแพงเมืองจีน หรือที่อีกชื่อหนึ่งก็คือ “กำแพงหมื่นลี้” สามารถไปเที่ยวชมกันได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณเดินทางไปยังมหานครปักกิ่ง และต่อรถไป โดยเราจะเดินทางด้วยรถทัวน์หรือรถไฟก็สุดแล้วแต่เราเลย ที่สำคัญภาษาจีนถือเป็นอะไรที่สำคัญและทำให้เราประหยัดค่าเดินทางไปได้ ทัชมาฮาล ทัชมาฮาลหรือที่เราเรียกกันว่าสุสานหินอ่อน สามารถไปได้ง่ายๆด้วยการนั่งเครื่องบินไปลงอินเดีย ณ เมืองชัยปุระ จากนั้นจองตั๋วรถไฟไปเมืองอัครา ซึ่งทัชมาฮาลจะอยู่ที่นั่น โดยเวลาในการเดินทางจากชัยปุระไปอัครา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น หรือถ้าใครอยากชิลหน่อยไม่รีบมาก ก็จองรถบัสเอาได้ครับ ระยะเวลาอาจจะนานกว่าหน่อยหนึ่ง มาชูปิกชู หรือที่เราเรียกกันว่าเมืองสาปสูญแห่งอินคา เป็นเมืองที่มีสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 200 หลัง สถานที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงในเขตคุสโก้  เมืองอูรูบัมบา ประเทศเปรู  โดยประเทศนี้อาจจะไปยากเสียหน่อย เพราะราคาจากไทยไปเปรูค่อนข้างแพง ฉะนั้นเราอาจจะต้องอาศัยความสามารถของเราหรือเพื่อนเราในการจองตั๋วเครื่องบินจากเกาหลี หรือญี่ปุ่น ต่อเครื่องไปเปรูครับ หาได้ราคาตั๋วโปร เราอาจจะได้ตั๋วราคาเพียงแค่ 10,000 ต้นๆเท่านั้น...
Read More
สำหรับใครคนไหนที่ต้องการอยากจะไปเผชิญโลกด้วยตัวเอง ณ แดนอาทิตย์อุทัยอย่างประเทศญี่ปุ่น งานนี้ขาคนรักการแบ็คแพ็คอาจจะรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เพราะถ้าหากไปกันเป็นคู่คุณอาจจะต้องเช็คดูรายละเอียดที่พักของคุณให้ดีๆ เพราะเรื่องเล็กๆที่อาจไม่เล็กสำหรับคนไทยก็คงจะหลีกเลี่ยงอะไรไปไม่ได้ นอกจากห้องน้ำ ห้องน้ำถือเป็นสิ่งที่อำนวยความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี โดยเฉพาะห้องน้ำของญี่ปุ่นที่จะมีพนักงานดูแลใส่ใจความสะอาดเป็นอันดับต้นๆของประเทศ แต่เนื่องด้วยวัฒนธรรมของคนที่ญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับการอาบน้ำรวมหรือส่วนตัวกันมากเท่าไหร่ ทางโรงแรมหรือเกสเฮาส์ที่ราคาถูกลงมาหน่อย มักจะสร้างห้องน้ำเป็นในรูปแบบห้องน้ำรวมเสียมากกว่า ทำให้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแถบคันโต (โตเกียว) หรือแถบคันไซ (โอซาก้า) ก็มักจะเต็มไปด้วยสถานที่ที่พัก ที่เป็นห้องน้ำรวมซะส่วนมาก นอกจากว่าเราจะทำเรื่องขอเช่าโรงแรมที่มีระดับขึ้นมาหน่อย หรือเช่าบ้านเป็นหลังๆไป ซึ่งแน่นอนว่าราคาก็ไม่ได้สวยหรูสำหรับคนที่จะประหยัดเงินมากนัก ห้องน้ำของคนญี่ปุ่น หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นห้องน้ำรวมก็คงจะเปิดให้เห็นกันเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนออนเซ็น แต่จริงๆไม่ใช่เลยครับ เพราะห้องน้ำเขาจะทำแยกชายหญิงเพื่อป้องกันการคุกคามทางเพศหรือพวกถ้ำมอง แถมด้วยรูปแบบกฎหมายที่เคร่งครัดเป็นอย่างมาก ทำให้โรงแรมแต่ละแห่งแทบจะคุมเข้มเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว หากใครที่จะไปจองห้องพักและเที่ยวแบบแบ็คแพ็กก็สบายใจได้ครับ แต่ก็ควรระวังตัวเอาไว้ด้วยเช่นกัน เรทราคา สำหรับเรทราคาที่พักในระดับ เกสเฮาส์หรือโรงแรมที่เป็นห้องน้ำรวมนั้น ส่วนใหญ่ราคาจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1000 บาทต่อคืน ไปจนถึง 2000 บาทต่อคืน ซึ่งถ้าใครที่ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยทีเดียว สามารถจองได้ที่ไหนบ้าง Booking.com และ Agoda.com ซึ่งสองเว็บนี้มักจะมีส่วนลดหรือราคาพิเศษให้เราอยู่เสมอ (Agoda.com ส่วนใหญ่จะรับแบบตัดบัตรเท่านั้น) เหมาะสำหรับคู่รักหรือไม่ ถ้าหากคู่รักไม่ซีเรียสเรื่องที่นอนหรือห้องน้ำมาก ก็ถือเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดีระดับหนึ่งโดยไม่ต้องไปนอนโรงแรมหรูเลย แถมยังได้รับการต้อนรับจากเจ้าของชาวญี่ปุ่นที่ดีอีกด้วย ไม่รู้ภาษา สามารถเข้าพักได้ไหม...
Read More
เที่ยวสุขใจสไตล์ Low Season หลายคนอาจจะกำลังเบื่อหน่ายหรือขี้เกียจในเดือนอันสุดแสนจะชุ่มชื้นและน่านอนอย่างเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม เช่นนี้ซึ่งมันก็ไม่ผิดที่พวกคุณจะเตรียมตัวหาวันพักผ่อนอยู่บ้านชิลๆ ในขณะที่อีกฝั่งที่ชอบการท่องเที่ยว ก็เริ่มเตรียมตัวอยากไปสัมผัสกับโลกภายนอกที่มีบรรยากาศชุ่มชื้นกลางหุบเขาแล้ว นั่นยิ่งเป็นช่องทางที่ดีสำหรับสายการบินต่างๆนานาที่เริ่มเปิดโปรราคาย่อมเยาว์เอาใจคนขาเที่ยวไปต่างประเทศกันแล้ว โดยเฉพาะทริปตะลุยแดนปลาดิบอย่างญี่ปุ่น ซึ่งหากใครที่ไม่เคยไปญี่ปุ่นหรือไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะไปเที่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม แต่ดันจองตั๋วขาไปขากลับแล้ว ก็คงต้องทำความเข้าใจกับสภาพอากาศที่ญี่ปุ่นซะหน่อย เพราะในช่วงนี้จะถือเป็นช่วงปลายฝน และกำลังจะเข้าสู่หน้าร้อนแล้วนั่นเอง ทำให้ช่วงการเดินทางของแต่ละสายการบินราคาถูกลง เพื่อเย้ายวนขาเที่ยวทั้งหลายให้ออกไปผจญภัยในแดนญี่ปุ่นช่วง Low season นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นแล้วหลายคนอาจจะบ่นกันเล็กน้อยว่าถ้าเป็นอย่างนั้นสู้เก็บตังค์รอไปในช่วงหน้าหนาวทีเดียวไม่ดีกว่าเหรอ อันนั้นก็จริงส่วนหนึ่งครับ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในบรรยากาศที่ไม่หนาวเกินไปและสภาพภูมิอากาศกำลังพอดี ขอบอกเลยว่าหน้าร้อนของญี่ปุ่นสู้บ้านเราไม่ได้แน่นอน โดยเฉพาะในแถบฟุคุโอกะที่ตอนนี้ทางแอร์เอเชีย กำลังเปิดสายการบินใหม่ให้พวกเราได้ไปยังดินแดนที่ไม่เคยไปถึงแล้ว อีกที่หนึ่งที่ตอนนี้กำลังเป็นท็อปฮิตติดชาร์ตของคนรักทะเลแต่ไปทั่วไทยจนเบื่อแล้วเราก็ขอเสนอทริปตะลุยเกาะโอกินาว่ากันเลย ซึ่งเกาะนี้ถือเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นทางตอนใต้และเป็นพื้นที่ติดทะเลโดยรอบ ทำให้การคมนาคมและการส่งออกปลาติดอันดับประเทศเลยทีเดียว ยิ่งใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวลมทะเลก็ขออย่าให้พลาด ยิ่งคุณเป็นคนที่หลงรักในปลาสดๆหรือเนื้อระดับพรีเมี่ยมด้วยแล้ว ยิ่งต้องมาที่นี่เลย แน่นอนว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ที่กำลังเป็นช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ใครหลายคนอาจจะมองเห็นว่ามันเป็นช่วงที่ไม่น่าเที่ยวสักเท่าไหร่ แต่สำหรับสองที่นี้ ถือว่าเป็นแหล่ง Unseen ชั้นดีของพวกคุณเลยก็ว่าได้ โดยสายการบินที่เปิดเที่ยวแหล่งช็อปโอกินาว่า จะเป็นสายการบินเล็กๆชื่อ Peach Airline และเป็นสายการบินเดียวที่ให้ราคาตั๋วโอกินาว่า ไปกลับไม่ถึง 5,000 บาท อย่างไรแล้วใครที่สนใจก็ลองติดตามดูตั๋วเครื่องบินกันได้ครับ
Read More
1 2 3